ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นกับนักเดินป่ามือใหม่

14 มีนาคม 2564

ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นกับนักเดินป่ามือใหม่ 
เคล็ดไม่ลับสำหรับสมาชิกสายป่า เดินป่า....
นักรบย่อมมีบาดแผล นักเดินป่ามือใหม่ก็เช่นกัน ย่อมต้องเกิดความผิดพลาดก่อนถึงจะได้ได้เรียนรู้ ความผิดพลาดเหล่านี้เป็นสิ่งที่เคยขึ้นกับตัวเอง และประสบการณ์จากนักเดินป่าที่มาแชร์กัน เพื่อที่อย่างน้อยบาดแผลนั้นจะได้ไม่เป็นแผลใหญ่ๆให้นักเดินป่ามือใหม่ ทิ้งไว้แค่รอยจางๆเหมือนเอาฮีรูดอยสการ์มาทาก็พอ...
ข้อผิดพลาดต่างๆที่มักเกิดขึ้นกับนักเดินป่ามือใหม่จะมีอะไรกันบ้างมาดูกัน..

1.การใช้ถุงนอน 

รู้หรือไม่ว่าถุงนอนผู้ชายกับผู้หญิงแตกต่างกันนะ ไม่ว่าจะเป็นความยาว รูปร่าง หรือ ฉนวนกันความร้อน

ความยาว  ถุงนอนผู้ชายความยาวปกติจะประมาณ  180 ซม. ในขณะที่ผู้หญิงประมาณ 170 ซม. กรณีผู้หญิงที่สูงมากๆถุงนอนผู้ชายอาจจะเหมาะมากกว่า

รูปร่าง ถุงนอนผู้ชายช่วงไหล่จะกว้าง  ของผู้หญิงสะโพกจะกว้าง

ฉนวนกันความร้อน ปกติแล้วถุงนอนผู้หญิงมักจะอุ่นกว่าผู้ชายทั้งที่ช่วงช่วงอุณหภูมิเท่าๆกัน เนื่องจากผู้หญิงมักจะรู้สึกหนาวได้มากและง่ายกว่านั่นเอง โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้า

อ่านต่อเกี่ยวกับ การซื้อถุงนอนที่นี่เลย >>>วิธีการเลือกถุงนอน

การเลือกถุงนอนที่ดีควรเป็นถุงนอนพี่พอดีกับผู้ใช้งาน!

2.ใช้กระเป๋าผิดไซส์  ไม่ตรงไซส์หลังตัวเอง 

กระเป๋าเหมือนเนื้อคู่...ถ้าใช่คือใช่ไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่ 

การเลือกกระเป๋าจำเป็นอย่างมากที่จะต้องวัดไซส์หลังหรือซื้อให้ตรงกับความยาวไซส์หลังตัวเองเพื่อระบบซัพพอตของกระเป๋าจะถูกใช้งานอย่างถูกต้อง  หลักการวัดคือ เอามือจับบริเวณช่วงก่อนถึงเอวจะมีกระดูกสะโพกแหลมๆ ประมาณไปยังช่วงกลางหลังแล้ววัดขึ้นไปยังกระดูกไขสันหลังข้อที่ 7 สังเกตจากเมื่อก้มศรีษะแล้วจะมีก้อนนูนๆ ออกมาบริเวณต้นคอ 


รวมทั้งการสะพายกระเป๋าแบบผิดๆ การสะพายกระเป๋าที่ถูกต้องจะต้องวางบริเวณ Hip Belt ทับกระดูกสะโพก โดยกระดูกจะต้องอยู่ตรงกลางของสายดังกล่าว และมีการปรับสายอื่นๆให้สอดคล้องกับเส้นทางที่เราเดินร่วมด้วย 

อ่านบทความเกี่ยวกับการเลือกกระเป๋าสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ >>> #การเลือกกระเป๋าแบคแพค
#จัดกระเป๋าเป้ก่อนไปเที่ยว #การสะพายกระเป๋าที่ถูกต้อง



3.ใช้รองเท้าผิดไซส์

ต้องเผื่อไซส์รองเท้าเดินป่าจากรองเท้าปกติเสมอ อย่างน้อย 1 – 1.5 ซม. สำหรับถุงเท้า,เท้าบวม และพื้นที่นิ้วโป้งช่วงเดินลงเขา(Downhill)

4.การซื้อ Base Layer/เสื้อกันหนาว

ควรพิจารณาจากคุณภาพเป็นสำคัญ วัสดุควรจะเป็นขนสัตว์(wool) มีส่วนผสมของขนสัตว์ หรือใยสังเคราะห์ อย่างเช่น Patagonia, Smartwool, REI, Khul, Black Diamond, Columbia เป็นต้น 

5.ใช้ผ้าเช็ดตัวที่หนัก วัสดุไม่เหมาะกับพกพา  

จะดีกว่ามั้ยถ้าพื้นที่ในกระเป๋าของเราเหลือมากเพียงพอสำหรับอุปกรณ์อื่นๆไม่ใช่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ปาไปครึ่งกระเป๋า ผ้าเช็ดตัวสำหรับสายแบกทั้งหลายควรเน้นน้ำหนักเบา แห้งไว และประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ

6.ไม่ใช้ไม้เท้าเดินป่า(Trekking Poles)

ไม้เท้าเดินป่ามีประโยชน์และมีความจำเป็นมากกว่าที่คิด ทำหน้าที่

  • ป้องกันเข่าเมื่อลงเขา 
  • กระจายน้ำหนักไปยังขาและแขน
  • ช่วยเพิ่มจังหวะความเร็ว
  • ช่วยทดสอบทางก่อนจะเดิน
  • ใช้ปัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคออกไป เช่นพวก ใยแมงมุม หนาม กิ่งไม้ 
  • ใช้ตรวจสอบความลึกของแอ่งน้ำหรือหิมะ
  • ช่วยเพิ่มสมดุลในภูมิประเทศที่ไม่เหมาะสม ระหว่างข้ามแม่น้ำ การลื่นระหว่างการข้าม เป็นต้น 



....... แบบนี้แล้วจะยังไม่ใช้ไม้เท้าเดินป่า หรือ???อ่านบทความเกี่ยวกับไม้เท้าเดินป่าสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ที่ควรรู้ >>> #ไม้เท้าเดินป่าสำหรับนักเดินป่ามือใหม่

7.ไม่เปลี่ยนถุงเท้าเมื่อต้องเดินป่าไกลๆ

การเดินเป็นระยะเวลนานๆจะทำให้เท้าเปียกชื้นจากเหงื่อ เมื่อผสมกับการเสียดสีและไม่ได้ระบายอากาศก็จะทำให้เป็นตุ่มพองได้ง่ายขึ้น ระหว่างทางควรมีการพักเท้า โดยการถอดรองเท้า  ถุงเท้า เผื่อให้เท้าแห้งและระบายอากาศ


8.ใช้เสื่อโยคะแทนการใช้แผ่นรองนอน

ถึงแม้ว่าเสื่อโยคะจะมีความนุ่มแต่สิ่งที่แตกต่างจากแผ่นรองนอน คือ แผ่นรองนอนสามารถป้องกันอุณหภูมิจากพื้นดินได้ โดยเฉพาะ แผ่นรองนอนแบบ R-value จะอุ่นกว่าแผ่นรองนอนแบบปกติ


9.ไม่ได้เปลี่ยนโหมดโทรศัพท์ให้เป็นโหมดเครื่องบิน

ข้อนี้หลายๆคนอาจจะไม่ทราบ ว่าการตั้งค่าให้โทรศัพท์ให้อยู่ในโหมดเครื่องบินหรือโหมดประหยัดพลังงาน จะสามารถรักษาแบตเตอรรี่ได้มากกว่าปกติหลายวันหรือมากถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งนี้แนะนำให้โหลดหรือถ่ายรูป แผนที่ ข้อมูลสำคัญๆเอาไว้ล่วงหน้า

10.ลืมที่จะมีเบอร์ติดต่อกรณีฉุกเฉินไว้ในรถ

ในการเดินทางทุกครั้งถึงแม้ว่าเราจะราบรื่นขนาดไหนย่อมมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ จึงควรระบุข้อมูลสำคัญ อันได้แก่ วันเวลา สถานที่จุดเริ่มต้น-สิ้นสุด จุดพักแรมแต่ละคืน  เบอร์โทรฉุกเฉินกรณีมีบางสิ่งผิดปกติหรือมีคนหาย รวมทั้งเบอร์ท้องถิ่น ศูนย์ต่างๆในพื้นที่ ทั้งนี้ควรมีข้อมูลดังกล่าวเหล่านี้ที่ตัวคุณเอง ในเต็นท์ ใรถ รวมทั้งคนอื่นๆที่ร่วมเดินทางไปด้วย

11.ใส่รองเท้าผิดประเภทไม่เหมาะสมกับเส้นทางที่ใช้

โดยคำนึงถึงกิจกรรม เส้นทางและภูมิประเทศที่จะไปเจอมาที่สุด เช่น รองเท้ารัดส้นอาจจะใส่สบาย พร้อมลุย แต่ไม่เหมาะกับทริปที่เดินนานๆเพราะรองเท้าไม่ได้ออกแบบซัพพอตการใช้งานประเภทนั้น  

12.ไม่ขยายหรือทอลองใช้รองเท้าก่อนจะออกทริป

รองเท้าใหม่ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะใส่แล้วรู้สึกดีหลังจากเดินมาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่ง  ทุกครั้งที่ซื้อรองเท้าใหม่ ควรทอลองใช้รองเท้านั้นเสียก่อนอาจจะเป็นการเดินระยะสั้นๆ  หรือใช้กระดาษยัดของเท้าแทนเท้าเรา เป็นต้น




13.สายบ้าหอบฟาง สายพรอบ

สิ่งนี้จะไม่เป็นปัญหาเลยหากไม่ได้แบกเอง555  สำหรับสายแบกทั้งหลายมามุงกันตรงนี้ โดยปกติแล้ว น้ำหนักทั่วไปที่ควรแบกอยู่ที่ประมาณ  8 – 15 กิโลกรัม สำหรับทริป 1 – 5 วัน ซึ่งเป็นน้ำหนักที่รวมอาหารและน้ำดื่มแล้ว หรือประมาณ 20% ของน้ำหนักร่างกาย สิ่งของที่เป็นของกองกลางแนะนำให้ช่วยกระจายน้ำหนักกับคณะ  เรื่องเสื้อผ้าแนะนำให้ใส่ซ้ำได้ ส่วนเครื่องในต่างๆ ถุงเท้าให้เอาไปเผื่อเสมอ



14.ไม่ทดสอบอุปกรณ์ต่างๆก่อนออกทริป

อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องมีการตรวจเชคสภาพ วิธีการใช้งานมาก่อนเสมอ เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟฉายไม่มีแบตเตอรรี่ วิธีการจุดเตา  เป็นต้น

15.นำอาหารไปมากเกินไป, น้อยไป หรือหนักเกินไป

สำหรับหลักการในการจัดการอาหารสำหรับนักเดินป่า มีดังนี้ 

- อาหารสดให้รับประทานตั้งแต่คืนแรก หรือทำให้สุกโดยการร่วนจะช่วยอายุของเนื้อได้ ซึ่งเนื้อไก่ จะเสียง่ายกว่าเนื้อหมู และเนื้อวัว เนื่องจากมีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่มาก และเนื้อที่ผ่านการบอหรือสับมาแล้วจะเสียง่ายกว่าเนื้อที่เป็นก่อนเพราะสัมผัสกับอากาศมากกว่า

อ่านบทความเกี่ยวกับวัตถุดิบในการประกอบอาหาร >>> #วัตถุดิบกันตายเมื่ออยู่ในป่า

- ควรมีอาหารเผื่อสำหรับกรณีฉุกเฉิน

- ไม่เน้นพวกผักหรือผลไม้ที่มีน้ำหนักมาก หรือเก็บรักษายาก ช้ำ เหี่ยวง่าย เน่าง่าย เช่น ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ผลไม้สุกบางประเภท เป็นต้น

- วางแผนจัดการมื้ออาหารก่อนการเดินทาง และวางแผนการจัดการวัตถุดิบ เช่น จะทำไข่ผัดมะเขือเทศในวันที่ 2/3 ของทริปอาจจะต้องเลือกลูกที่เขียวๆเกือบสุกเพื่อจะได้สุกทันกินและไม่ช้ำ 

16.ทิ้งกระดาษชำระ หรือทิชชู่เปียก

สิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายต่อธรรมชาติและสัตว์ป่า เนื่องจากเต็มไปด้วยสารเคมีและสารฟอกขาว ดังนั้นทุกครั้งที่ใช้งานจำเป็นที่จะต้องเอากลับออกมา!! แนะนำให้มีถุงขยะติดตัวไว้ สำหรับแยกขยะทั่วไปและขยะที่เกิดจากการขับถ่าย
มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางตัวที่สามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้ โดยใช้เวลา 1 ปี เช่น ผ้าทำความสะอาดยี่ห้อ  Puricare ใช้น้ำเพียงเล็กน้อยก็สะอาดไปได้ทั้งตัว สายซักแห้งต้องโปรดปราน ...แอดใช้เอง555

17. ไม่ได้ป้องกันให้แบตเตอรรี่อบอุ่น

อากาศที่หนาวจะทำให้แบตเตอรรี่ของคุณหมดเร็วกว่าปกติ วิธีที่จะช่วยถนอมแบตของเราคือ การใช้ความร้อนจากร่างกายมาช่วย เช่น ใส่แบตเตอรรี่ไว้ตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย หรือในกระเป๋าห่อด้วยสิ่งของหรือเสื้อผ้า เป็นต้น

18.นำเครื่องกรองน้ำ/สิ่งที่ใช้กรองน้ำไปแค่รูปแบบเดียว

น้ำเป็นข้อจำกัดของนักเดินป่าทุกคน เพราะเราไม่สามารถแบกน้ำได้จำนวนมากๆให้เพียงพอทั้งต่อการดื่มและการใช้งานได้ จึงควรใช้กรองน้ำในหลายๆแบบ เช่น การใช้เครื่องกรอง  การใช้เม็ดทำน้ำสะอาด เป็นต้น


อ่านบทความเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ >>> #กรองน้ำในป่าง่ายนิดเดียว

19.ไม่พกเสื้อคลุมกันฝน หรือแจ็คเกตกันฝน

เป็นอีกสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับนักเดินป่า โดยเฉพาะ การเดินป่าในช่วงฤดูฝน ป่าใต้ หรือในต่างประเทศ  เนื่องจากสภาพอากาศเป็นสิ่งไม่แน่นอนนักเดินป่าจึงควรเตรียมตัวไว้เสมอ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เสื้อคลุมกันฝน(Phocho) อาจจะสะดวกกว่าในแง่ของการป้องกันเปียกทั้งผู้สวมใส่และสัมภาระ ส่วนแจคเกตกันฝนอาจจะสะดวกในเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่ากับการเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากกว่า


20. เข้านอนโดยไม่จัดการกับสิ่งต่างๆที่อยู่ในเต็นท์หรือกระเป๋า

ข้อนี้ขอยกตัวอย่าง ในอุทยานบางที่ที่สัตว์ป่าออกมากินอาหาร  รื้อถังขยะ รื้อสัมภาระหรือเต็นท์ของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ตะเกียบ ครีมกันแดดหรือโลชั่น ยาสีฟัน น้ำหอม เป็นต้น เพราะสัตว์บางชนิด เช่น หมีสามารถรับรู้กลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์ 2,100 เท่า และได้กลิ่นไกลถึง 20ไมล์หรือประมาณ 30 กิโลเมตร ดังนั้นก่อนเข้านอนควรจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้เรียบร้อย

21. ไม่รับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ถูกสุขลักษณะก่อนเดินทาง

22. ไม่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่หักโหมหรือมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการบาดเจ็บก่อนการเดินทาง