
รู้จักระบบหลังของเป้แบคแพค // โดย มิสเตอร์แบคแพค
ปัจจุบันเราจะพบว่ามีเป้แบค แพคมากมายหลากหลายแบรนด์ หน้าตาก็ดูต่างกันออกไปตามด ีไซน์เนอร์แต่ละคน แต่รู้มั๊ยว่าด้านหน้าของเป ้แบคแพคที่หลากหลายนั้น เมื่อพลิกมาดูด้านหลังเราจะ พบว่ามันค่อนข้างจะคล้ายกัน มากเลย
ตัวอย่างที่ดีมากในการเปรีย บเทียบระบบหลังของเป้แบคแพค ได้ดีที่สุดก็คือการเปรียบเ ทียบกับรถยนต์นั่นเอง รวมไปถึงแนวทางการเลือกเป้แ บคแพคใบใหม่ก็คล้ายๆ กับการเลือกรถซักคนมาไว้ใช้ เราชอบดีไซน์ของรถรุ่นไหนเป ็นพิเศษ เราชอบห้องโดยสารของรุ่นไหน ที่สุด รุ่นไหนนั่งสบาย และท้ายที่สุดงบประมาณที่เร ามีจะมีรุ่นไหนที่เหมาะกับเ รา
ระบบหลัง (Suspension system) เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเป้แต่ละ แบรนด์ให้ความสำคัญมากๆ เพราะมันนำไปสู่การกระจายน้ ำหนักที่ดีเยี่ยม ลดอาการปวดไหล่ ปวดหลัง เทียบกับรถยนต์แล้วระบบหลัง ของเป้แบคแพคก็ทำหน้าที่คล้ ายกับระบบโช้คอัพของรถยนต์ โช้คอัพที่ดีทำให้ผู้โดยสาร นั่งสบายฉันใด ระบบหลังที่ดีก็ทำให้คนใช้แ บกสบายฉันนั้น และในปัจจุบันเป้แบคแพคที่อ อกแบบมาสำหรับการบรรทุกน้ำห นักที่มากๆ จะมี โครงเป้ซ่อนอยู่ภายใน (Internal Frame) พัฒนามาจากในอดีตที่ โ ครงเป้อยู่ด้านนอก (External Frame) โดยมักนิยมทำด้วยอลูมิเนียม ด้วยข้อดีคือ แข็งแรงและน้ำหนักเบา แต่ก็มีเป้บางรุ่นที่โครงเป ้ทำด้วยไม้ด้วย เช่น แบรนด์ Fjallraven โครงเป้นี้จะทำหน้าที่ส่งผ่ านน้ำหนักของเป้ที่กดอยู่บน ไหล่เราไหลตามโครงไปออกที่ส ะโพกซึ่งเป็นกระดูกที่ใหญ่ท ี่สุดของร่างกายมนุษย์ ทำให้เรารู้สึกสบายมากขึ้น และลดอาการปวดที่ไหล่ลงได้อ ย่างมาก
ส่วนต่อมาจากโครงเป้ก็คือส่ วนที่สัมผัสกับหลังของเรามา กที่สุด ในส่วนนี้เราจะพบว่ามันมีคว ามต่างที่เห็นได้ชัดอยู่ 2 อย่างคือ แบบตาข่าย (mesh) และแบบโฟม (Foam) ซึ่งส่วนนี้จะเกี่ยวกับ การร ะบายอากาศ (Ventilation)
เป้หลังแบบโฟม (Foam) เป็นรูปแบบของระบบหลังมาตรฐ านที่เป็นจุดเริ่มต้นของเป้ มาแต่อดีต ด้วยการออกแบบให้เป้ชิดกับห ลังของเราให้มากที่สุด เพื่อลดความรู้สึกหนักให้น้ อยลง ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีวัสดุ เราจึงพบการใช้โฟมแบบที่เนื ้อนั้นมีช่องว่างเพื่อช่วยใ นการระบายเหงื่อได้ มักจะมีคำว่า Breathable ประกอบอยู่ ช่วยให้เหงื่อระบายดีขึ้น ความอึดอัดก็น้อยลงทันตาเห็ น เป้หลังแบบนี้จะให้ความรู้ส ึกแน่นๆ ขึ้นหลังแล้วรู้สึกได้ถึงพล ังแห่งความทรหด
เป้หลังแบบ Foam อาทิ Gregory Baltoro / Deuter Aircontact / Osprey Aether / Fjallraven Kajka
เป้หลังแบบตาข่าย (mesh) ออกแบบเพื่ อการระบายอากาศขั้นสุด มีพื้นที่ว่างระหว่างหลังขอ งเรากับเป้ ให้อากาศผ่านมากที่สุด พัดพาความร้อน เหงื่อ ออกไปจากตัวเราให้เร็วที่สุ ด เหมาะกับคนที่ขี้ร้อน หรือเดินทางในสภาพอากาศที่อ บอ้าว ระบบหลังแบบนี้จะช่วยคุณได้ มาก อย่างไรก็ตามการที่มีพื้นที ่ระหว่างหลังกับเป้มากๆ ทำให้น้ำหนักของเป้อยู่ห่าง ตัวเรามากกว่า เราจึงอาจรู้สึกว่าเป้มันหน ักกว่าเมื่อเทียบกับระบบหลั งแบบโฟม เป้หลังตาข่ายแบบนี้เหมาะกั บคนที่ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย ขึ้นหลังแล้วรู้เลยว่าโล่งจ ริง สบายจริง
เป้หลังแบบตาข่าย อาทิ Osprey Atmos-Aura / Gregory Jade-Zulu / Deuter Futura / Fjallraven Friluft
แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบหลังแบบ ไหน คุณก็ไว้ใจได้เลยว่ามันถูกอ อกแบบมาเป็นอย่างดี ผ่านการวิจัย พัฒนา ค้นคว้า ทดสอบมาอย่างมากมาย รวมกับการเลือกใช้วัสดุที่ค งทนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่แ ต่ละแบรนด์แข่งกันคิด แข่งกันทำ เพื่อแย่งความประทับใจจากนั กเดินทางทั่วโลก มันเทียบไม่ได้เลยกับเป้โนเ นม เป้ของก้อป ที่แม้ข้างหน้าอาจเหมือนกัน แต่พลิกมาด้านหลังไม่มีทางท ี่จะเหมือนกันแน่นอน
สุดท้ายนี้สำหรับคนที่อยากไ ด้เป้ซักใบใช้เป็นเป้คู่ใจไ ปกับคุณทุกที่ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนด ี THE PUFFIN HOUSE พร้อมช่วยคุณเลือกเป้ถูกใจใ ห้คุณใช้ได้อย่างมีความสุข
แล้วพบกันครับ
ปัจจุบันเราจะพบว่ามีเป้แบค
ตัวอย่างที่ดีมากในการเปรีย
ระบบหลัง (Suspension system) เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเป้แต่ละ
ส่วนต่อมาจากโครงเป้ก็คือส่
เป้หลังแบบโฟม (Foam) เป็นรูปแบบของระบบหลังมาตรฐ
เป้หลังแบบ Foam อาทิ Gregory Baltoro / Deuter Aircontact / Osprey Aether / Fjallraven Kajka
เป้หลังแบบตาข่าย (mesh) ออกแบบเพื่
เป้หลังแบบตาข่าย อาทิ Osprey Atmos-Aura / Gregory Jade-Zulu / Deuter Futura / Fjallraven Friluft
แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบหลังแบบ
สุดท้ายนี้สำหรับคนที่อยากไ
แล้วพบกันครับ
