
เดินป่ายังไงไม่ให้เล็บม่วง & เท้าพอง
(How to prevent blisters when hiking?)
เคยมั้ยที่จบทริปแล้ว กลับมาเล็บม่วง เล็บหลุด เท้าพอง ตุ่มน้ำใสน้ำข้นไม่งอกไม่ผัก ไม่ใช่!!! ปัญหาเกี่ยวกับเท้าต่างๆแวะมาทักทาย ปัญหาอันดับหนึ่งที่นักเดินป่าทุกคนต้องเคยประสบกันมา หลงเหลือไว้ซึ่งความทรงจำและควมเจ็บปวด หรือเรียกว่า ช้ำคือเรา ผ่ามๆ!!
สาเหตุ!!!
การเสียดสี + ความร้อน +ความชื้น
3 สาเหตุหลักที่เมื่ออยู่ร่วมกันนานๆ จะพานพบกันเกิดเป็นความเจ็บปวดสุดแสนทรมานของเหล่านักเดินป่าทั้งหลาย...
เวลาที่เราเดินป่าเป็นเวลานานไม่มีการระบายอากาศ ไม่มีพักเท้า เกิดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าซ้ำๆๆ ทำให้เกิดการความร้อนและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตุ่มพอง ลักษณะเป็นตุ่มพองจากการอักเสบของผิวหนังนูนขึ้นมาข้างในมีน้ำ ซึ่งก็คือพลาสมาหรือของเหลวในเลือดนั่นเอง หรือบางทีกดทับตรงบริเวณนิ้วเท้าเล็บม่วงมากม่วงน้อยไปจนถึงเล็บหลุดไปเลยก็ยังมี
วิธีป้องกัน
1.เลือกรองเท้าที่เหมาะสม
ไม่ควรแน่นหรือพอดีจนเกินไป เพราะเวลาเราเดินนานๆเลือดจะไปรวมกันบริเวณเท้า เท้าขยายขนาดหรือบวมมากขึ้น การใส่รองเท้าที่แน่นเกินไปจะทำให้เกิดการกดทับได้ง่าย
เลือกรองเท้าที่ขนาดใหญ่กว่าไซส์เท้าจริง 0.5 – 1 เบอร์ หากเป็นไปได้ควรลองก่อน เพราะแต่ละยี่ห้อ ไซส์ หรือดีไซน์ที่แตกต่างกัน และซื้อรองเท้าในเวลากลางวันเนื่องจากเท้าเราจะบวมที่สุด เสมือนเท้าที่เดินมานานในป่า ที่สำคัญควรเหลือพื้นที่สำหรับนิ้วเท้า โดยการลองกระดิ้กนิ้วเท้า
อ่านต่อบทความเกี่ยวกับวิธีการเลือกรองเท้า >>> #การเลือกรองเท้า

2.เลือกถุงเท้าที่เหมาะสม
ซื้อรองเท้ามาตั้งแพงทำไมเท้ายังพอง รองเท้ายังกัด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้รองเท้าเลย คือ ถุงเท้า ซึ่งมักเป็นปัจจัยที่คนมองข้าม ถุงเท้าที่ดีควรจะเป็นถุงเท้าที่ป้องกันการเสียดสี มีความยืดหยุ่น และรองรับแรงกระแทกได้ดี ข้อควรคำนึงในการซื้อถุงเท้าเดินป่ามี ดังนี้
- รองรับแรงกระแทกได้ดี สังเกตจากคำว่า “Cushioning” ลักษณะเป็นบุขนเส้นเล็กๆด้านใน เพราะกิจกรรมเดินป่าเป็นกิจกรรมที่เราเดินเน้นในเกือบทุกก้าวเดินทำให้มีการลงน้ำหนักที่เท้าค่อนข้างมาก ยิ่งค่าตัวนี้เยอะก็จะยิ่งนุ่มและยิ่งรับแรงกระแทกได้ดี
- ระบายอากาศได้ดี การที่มีความร้อนและความชื้นมากไปจะทำให้เกิดตุ่มน้ำได้ง่ายกว่าปกติ
- ขนาดพอดีกับเท้า ถุงเท้าที่ดีไม่คับหรือหลวมเกินไปเพื่อป้องกันการกดทับและการเสียดสี
- เลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพอากาศ ปกติแล้วมักเป็นใยสังเคราะห์ หรือใยสังเคราะห์ผสม สำหรับกรณีไปต่างประเทศหรือไปในพื้นที่หนาวเย็น ควรพิจารณาวัสดุของถุงเท้าที่เป็นวูล(Wool) หรือขนสัตว์เพิ่มด้วยซึ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับเท้าของเราได้เป็นอย่างดี
3.เพิ่มจำนวนชั้นของถุงเท้า
วิธีนี้คือ หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเท้าพองหรือเล็บม่วงได้ ควรใช้ถุงเท้า 2 ชั้น ชั้นใน(Liner Sock) และ ถุงเท้าหลัก เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสระหว่างเท้ากับถุงเท้าหรือรองเท้า ซึ่งอาจจะไม่สบายในการเดินป่าช่วงหน้าร้อน แต่เหมาะกับช่วงที่อากาศหนาวเย็นมากกว่า
4.การเลือก Insoles
สำหรับหลายคนที่อาจจะไม่ทราบว่า Insoles คือออะไร ลักษณะเป็นแผ่นรองเท้าบางๆด้านในรองเท้าซึ่ง ทำหน้าที่ รองรับการกระแทกหรือเพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่ แต่ในรองเท้าบางรุ่นอาจจะแนะนำให้เปลี่ยน Insoles กรณี Insolesบาง หรือทำให้เท้าแน่นหรือคับเกินไป ยี่ห้อที่แนะนำได้แก่ CurrexSole, Superfeet, Spenco เป็นต้น

5.ใช้ เทปหรือพลาสเตอร์
เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยการเลือกใช้เทปหรือพลาสเตอร์ประเภทที่มีความยืดหยุ่นที่ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมกีฬา มีความเหนียว ระบายอากาศ ไม่หลุดลอกง่าย ตัดหรือฉีกง่าย แบ่งได้เป็น
- เทปพันเท้า(Heal Tapling)
- เทปพันนิ้วโป้งเท้า(Big Toe Taping)
- เทปสำหรับพันนิ้วเท้า(Toes Taping)
6.ใช้เจลหรือ สารหล่อลื่น
ไม่ว่าจะเป็นสารจำพวกเจล ครีม หรือสารหล่อลื่นแนะนำให้ใช้คู่กันกับการใช้เทป โดยใช้เทปพันตามจุดที่ทาครีมจะช่วยเพิ่มการป้องกันได้ดี แต่จะต้องมั่นใจว่าเท้าจะต้องแห้งและสะอาด ตัวอย่างเช่น Vaseline, Foot Glide, Blister Shield คล้ายๆแป้ง, Blister Defense Stick
7.การพักเท้า
มากไปกว่าการมีรองเท้าหรือถุงเท้าที่ดี คือการได้พักเท้าหลังจากการเดินมาเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดตุ่มพอง เล็บม่วง และเท้าไม่บวมเกินไป เพราะเมื่อเราเดินนานๆ เท้าจะบวมจากการขยายตัวของหลอดเลือด เปียกจากเหงื่อ และไม่มีการระบายอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตุ่มน้ำ หรือเล็บม่วง โดยทุกๆ 20 นาที – 1 ชั่วโมงควรปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อลดควาเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บ ดังนี้
- ถอดรองเท้า/ถุงเท้าเพื่อระบายอากาศ
- ปล่อยพักเท้าให้แห้ง
- ยกเท้าขึ้นสูงเพื่อลดอาการบวม
8.การทำความสะอาด
ในระหว่างการเดินทางหรือช่วงพักเท้าควรสำรวจรองเท้า ถุงเท้า และถอดออกมาเพื่อเอาพวกเศษกิ่งไม้ ฝุ่น ดิน ทราย หรือพวกก้อนหินเล็กๆออกๆ ซึ่งสำหรับการเดินป่าในเส้นทางที่มีอุปสรรคเหล่านี้ค่อนข้างมาก แนะนำให้ใช้ Hiking gaiters ลักษณะคล้ายปลอกหุ้มรองเท้า อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ป้องกันสิ่งต่างๆกระเด็นเข้ารองเท้า โดยเฉพาะการเดินบนเส้นทางหินภูเขาไฟ เป็นต้น
9.ขยายรองเท้าก่อนการใช้งาน
รองเท้าที่พึ่งซื้อมาใหม่ ควรที่จะทดลองก่อนการใช้งานจริงเสมอ หรือมีการยัดกระดาษ เพื่อขยายขนาดรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นการเดินหรือเดินทางชัน ในสวนหรือรอบๆบ้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า รองเท้าจะเป็นญาติดีกับเราไปจนจบทริปนั่นเอง
อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับการเดินป่า >>> #บทความเกี่ยวกับการเดินป่า
