BACKPACK 101 : ระบบหลังของเป้แบคแพค

22 ธันวาคม 2563
รู้จักระบบหลังของเป้แบคแพค // โดย มิสเตอร์แบคแพค

ปัจจุบันเราจะพบว่ามีเป้แบคแพคมากมายหลากหลายแบรนด์ หน้าตาก็ดูต่างกันออกไปตามดีไซน์เนอร์แต่ละคน แต่รู้มั๊ยว่าด้านหน้าของเป้แบคแพคที่หลากหลายนั้น เมื่อพลิกมาดูด้านหลังเราจะพบว่ามันค่อนข้างจะคล้ายกันมากเลย

ตัวอย่างที่ดีมากในการเปรียบเทียบระบบหลังของเป้แบคแพคได้ดีที่สุดก็คือการเปรียบเทียบกับรถยนต์นั่นเอง รวมไปถึงแนวทางการเลือกเป้แบคแพคใบใหม่ก็คล้ายๆ กับการเลือกรถซักคนมาไว้ใช้ เราชอบดีไซน์ของรถรุ่นไหนเป็นพิเศษ เราชอบห้องโดยสารของรุ่นไหนที่สุด รุ่นไหนนั่งสบาย และท้ายที่สุดงบประมาณที่เรามีจะมีรุ่นไหนที่เหมาะกับเรา

ระบบหลัง (Suspension system) เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเป้แต่ละแบรนด์ให้ความสำคัญมากๆ เพราะมันนำไปสู่การกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม ลดอาการปวดไหล่ ปวดหลัง เทียบกับรถยนต์แล้วระบบหลังของเป้แบคแพคก็ทำหน้าที่คล้ายกับระบบโช้คอัพของรถยนต์ โช้คอัพที่ดีทำให้ผู้โดยสารนั่งสบายฉันใด ระบบหลังที่ดีก็ทำให้คนใช้แบกสบายฉันนั้น และในปัจจุบันเป้แบคแพคที่ออกแบบมาสำหรับการบรรทุกน้ำหนักที่มากๆ จะมี โครงเป้ซ่อนอยู่ภายใน (Internal Frame) พัฒนามาจากในอดีตที่ โครงเป้อยู่ด้านนอก (External Frame) โดยมักนิยมทำด้วยอลูมิเนียมด้วยข้อดีคือ แข็งแรงและน้ำหนักเบา แต่ก็มีเป้บางรุ่นที่โครงเป้ทำด้วยไม้ด้วย เช่น แบรนด์ Fjallraven โครงเป้นี้จะทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำหนักของเป้ที่กดอยู่บนไหล่เราไหลตามโครงไปออกที่สะโพกซึ่งเป็นกระดูกที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายมนุษย์ ทำให้เรารู้สึกสบายมากขึ้น และลดอาการปวดที่ไหล่ลงได้อย่างมาก

ส่วนต่อมาจากโครงเป้ก็คือส่วนที่สัมผัสกับหลังของเรามากที่สุด ในส่วนนี้เราจะพบว่ามันมีความต่างที่เห็นได้ชัดอยู่ 2 อย่างคือ แบบตาข่าย (mesh) และแบบโฟม (Foam) ซึ่งส่วนนี้จะเกี่ยวกับ การระบายอากาศ (Ventilation)

เป้หลังแบบโฟม 
(Foam) เป็นรูปแบบของระบบหลังมาตรฐานที่เป็นจุดเริ่มต้นของเป้มาแต่อดีต ด้วยการออกแบบให้เป้ชิดกับหลังของเราให้มากที่สุด เพื่อลดความรู้สึกหนักให้น้อยลง ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีวัสดุ เราจึงพบการใช้โฟมแบบที่เนื้อนั้นมีช่องว่างเพื่อช่วยในการระบายเหงื่อได้ มักจะมีคำว่า Breathable ประกอบอยู่ ช่วยให้เหงื่อระบายดีขึ้น ความอึดอัดก็น้อยลงทันตาเห็น เป้หลังแบบนี้จะให้ความรู้สึกแน่นๆ ขึ้นหลังแล้วรู้สึกได้ถึงพลังแห่งความทรหด

เป้หลังแบบ Foam อาทิ Gregory Baltoro / Deuter Aircontact / Osprey Aether / Fjallraven Kajka

เป้หลังแบบตาข่าย (mesh) ออกแบบเพื่อการระบายอากาศขั้นสุด มีพื้นที่ว่างระหว่างหลังของเรากับเป้ ให้อากาศผ่านมากที่สุด พัดพาความร้อน เหงื่อ ออกไปจากตัวเราให้เร็วที่สุด เหมาะกับคนที่ขี้ร้อน หรือเดินทางในสภาพอากาศที่อบอ้าว ระบบหลังแบบนี้จะช่วยคุณได้มาก อย่างไรก็ตามการที่มีพื้นที่ระหว่างหลังกับเป้มากๆ ทำให้น้ำหนักของเป้อยู่ห่างตัวเรามากกว่า เราจึงอาจรู้สึกว่าเป้มันหนักกว่าเมื่อเทียบกับระบบหลังแบบโฟม เป้หลังตาข่ายแบบนี้เหมาะกับคนที่ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย ขึ้นหลังแล้วรู้เลยว่าโล่งจริง สบายจริง

เป้หลังแบบตาข่าย อาทิ Osprey Atmos-Aura / Gregory Jade-Zulu / Deuter Futura / Fjallraven Friluft

แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบหลังแบบไหน คุณก็ไว้ใจได้เลยว่ามันถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ผ่านการวิจัย พัฒนา ค้นคว้า ทดสอบมาอย่างมากมาย รวมกับการเลือกใช้วัสดุที่คงทนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่แต่ละแบรนด์แข่งกันคิด แข่งกันทำ เพื่อแย่งความประทับใจจากนักเดินทางทั่วโลก มันเทียบไม่ได้เลยกับเป้โนเนม เป้ของก้อป ที่แม้ข้างหน้าอาจเหมือนกัน แต่พลิกมาด้านหลังไม่มีทางที่จะเหมือนกันแน่นอน

สุดท้ายนี้สำหรับคนที่อยากได้เป้ซักใบใช้เป็นเป้คู่ใจไปกับคุณทุกที่ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี THE PUFFIN HOUSE พร้อมช่วยคุณเลือกเป้ถูกใจให้คุณใช้ได้อย่างมีความสุข

แล้วพบกันครับ