
ที่สุดของการเดินป่า คือ การได้เอนกายลงในบ้านเคลื่อนที่หลังน้อยหลังจากที่ร่างกายเหนื่อยล่ามาทั้งวัน ลงบนเต็นท์หรือเปล ซึ่งในหัวข้อนี้เราจะขอนำเสนอ เทคนิคการ เลือกเต็นท์ยังไง ถึงจะดี สักหลังสำหรับสายเดินป่า หรือการเปลี่ยนบรรยากาศการนอนที่บ้านก็ดีนะ
เลือกเต็นท์ยังไง เต็นท์มีกี่ประเภท??

เราสามารถแบ่งหมวดหมู่ออกตามการใช้งานใหญ่ๆเป็น 2 ประเภท คือ
- เต็นท์สำหรับสาย Camping ,Camp Car โดยกลุ่มคนใช้งานในส่วนนี้มักเน้นเรื่องของฟังก์ชั่นต่างๆ ความสะดวกสบาย พื้นที่ใช้สอย บางรุ่นมีการแบ่งสัดส่วนเป็นห้องหรือโซนชัดเจน มีสารเคลือบยูวี ไม่ซีเรียสเรื่องน้ำหนักเท่ากับเต็นท์ของสายเดินป่า ตัวอย่างเช่น...
- เต็นท์บ้าน เต็นท์กระโจม เต็นท์สองแบบนี้จะมีงานใช้งานที่คล้ายคลึงกัน คือเหมาะกับการไปแคมป์ปิ้งแบบครอบครัว ในวันหยุดพักผ่อนสบายๆ ไม่รีบร้อนอะไร มีที่สำหรับใช้สอยและนอนได้หลายคน มักมีการแบ่งเป็นห้องหรือโซนต่างๆ น้ำหนักค่อนข้างมากและมีขนาดใหญ่
- เต็นท์สปริง เต็นท์ที่เหมาะสำหรับมือใหม่และสายขี้เกียจ เพียงแค่หยิบออกมาแล้วโยน! ง่ายมากก ไม่ต้องใช้สกิลพื้นฐานใดใด ซึ่งเต็นท์มันก็จะดีดตัวเองออกมาแบบอัตโนมือ+อัตโนมัติ ถึงแม้ว่าเต็นท์แบบนี้จะกางง่าย บาง น้ำหนักค่อนข้างเบา แต่ขนาดใหญ่ค่อนข้างเทอะทะ
- เต็นท์หลังคารถ เต็นท์ประเภทนี้อาศัยรถเป็นเหมือนใต้ถุนบ้าน โดยตัวเต็นท์จะสามารถพับเก็บได้และตั้งอยู่บนตัวรถ บ้านเราไม่ค่อยพบเห็นแต่ที่ต่างประเทศนิยมมาก
เต็นท์ Coleman รุ่น Darkroom Screen 2 rooms
- เต็นท์สำหรับสายเดินป่า (Backpacking) คนใช้งานกลุ่มนี้จะเน้น เต็นท์ที่มีน้ำหนักเบาและในขณะเดียวกันต้องทนทานกันฝันกันลมได้ดี มีขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ กางและพับเก็บง่าย มีหลายรูปร่างหน้าตากันไปตามการออกแบบและยี่ห้อซึ่งในหัวข้อนี้เราจะเน้นเต็นท์สำหรับสายเดินป่ากัน ซึ่งมีแบ่งได้หลายแบบ ดังนี้
- Double wall / Single wall
- Double wall เต็นท์ที่มีผนังเต็นท์สองชั้น ส่วนใหญ่ชั้นในจะเป็นผ้ามุ้งสำหรับกันยุ้งและรายบายอากาศ ส่วนชั้นนอกเป็นผ้า Flysheet สำหรับกันน้ำกันลม เต็นท์แบบนี้มีน้ำหนักและขั้นตอนในการกางมากกว่าแบบ Single wall
- Single wall เต็นท์ที่มีผนังชั้นเดียว ผ้าเต็นท์ก็จะเคลือบกันน้ำมาเรียบร้อย น้ำหนักเบากว่า แต่ทั้งนี้ขึ้นกับประเภทของผ้าด้วยนะ มักนิยมใช้ทำเต็นท์ขนาดเล็ก ขนาด 1-2 คน แบบนี้เรื่องระบายอากาศจะไม่ดีเท่าแบบมุ้ง กลางวันจะร้อนมาก
- Double wall / Single wall
-
- Freestanding/Non-Freestanding
- Freestanding คือ เต็นท์ที่สามารถตั้งทรงตัวอยู่ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องตอกสมอบก (แต่...เชื่อเถอะเพื่อความชัวร์ตอกไว้สักหน่อย)
- Non-Freestanding เต็นท์ประเภทนี้ ต้องอาศัยการตอกสมอบกเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ โครงสร้างเต็นท์จะน้อยและน้ำหนักค่อนข้างเบา นึกถึงพวกเต็นท์ รด. ที่ต้องหาอะไรมาค้ำหรือยันไว้ไม่ให้ตก
- Freestanding/Non-Freestanding
เต็นท์ 1 หลัง ประกอบด้วยอะไรบ้าง???
หลักแล้วเต็นท์ 1 หลังจะประกอบด้วย ผ้าเต็นท์ เสาโครงเต็นท์ และกราวด์ชีท ส่วนประกอบเพิ่มเติม เช่น สมอบก เชือก เป็นต้น
- ผ้าเต็นท์ ส่วนมากที่พบเห็นมักและนิยมใช้เป็นผ้า Nylon, Polyster และ Cotton
- Nylon น้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ มีความยืดหยุ่นสูง
- Polyster น้ำหนักเบา พื้นมีความคงตัวสูงไม่หดแม้จะเปียกน้ำ ไม่อมน้ำ แห้งง่าย ทนแต่แสงแดดได้ดี ไม่ซีดจางเมื่อใช้ไปนานๆ
- Cotton ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมในเต็นท์ทั่วไปแล้ว เพราะหนัก(มาก) มักเอาไปทำเป็นเต็นท์สาย camping หรือ เต็นท์บ้าน มากกว่า แต่ก็ทนทานมากเพราะผ้าหนามาก
- เสาโครงเต็นท์ มีวัสดุอยู่ 3 ประเภท ที่มักนำมาใช้เป็นเสาโครงเต็นท์
- Fiber Glass ราคาถูก ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเยอะเมื่อเทียบกับ Aluminium และ Cabonfiber เมื่อใช้ไปนานๆจะสึกกร่อน ค่อนข้างคมหากขูดกับผ้าเต็นท์แล้วเกิดความเสียหายได้
- Aluminium น้ำหนักเบา มีความแข็งแรงสูง และราคาค่อนข้างสูงด้วย
- Cabonfiber จัดเป็นวัสดุที่เบาที่สุดและได้รับความนิยมนำมาใช้ในวงการกีฬาต่างๆรวมทั้งเต็นท์และไม้เทรก ข้อดีและดีมากๆ ของมันคือ เบามากกกกก ราคาแพงที่สุด และมีโอกาสหักได้เพราะโครงสร้างคือแข็งแรงแต่เปราะ คล้ายๆไส้ดินสอ
- กราวด์ชีท หรือ ผ้าใบสำหรับรองเต็นท์ มีหน้าที่ป้องกันหรือลดอุณหภูมิจากผิวดินที่จะสัมผัสกับเราโดยตรง รวมทั้งกันน้ำ น้ำค้าง หรือความชื้นเข้ามาในเต็นท์ไม่งั้นนอนเปียกกันแน่ๆ ซึ่งเต็นท์บางรุ่นไม่ต้องมีส่วนนี้ เพราะเคลือบกันน้ำมาให้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

อันนี้แอดเอาไปกางที่หาดชมดาว อุบลราชธานี
ซื้อเต็นท์สักหลังควรพิจารณาอะไรบ้าง???
เต็นท์ WFH ของแอด ตัวนี้กางง่ายมาก ของ Naturehike รุ่น Vik หนักเพียง 1.06 kg ใครเหงามานอนหน้าบ้านได้นะ
- จำนวนคน (Capacity) ส่วนใหญ่แล้วเต็นท์ของสายเดินป่าก็มีตั้งแต่ 1 - 6 คน ยิ่งใหญ่ยิ่งหนัก แนะนำให้ใช้ 1-3 คนกำลังดี ส่วนการเลือกเต็นท์ให้เหมาะสมให้เลือกมากกว่าคนที่นอนจริงๆ 1 คน เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับแต่ละคนมากขึ้น นอนสบายไม่อึดอัด มีที่ให้วางสัมภาระ
- น้ำหนัก (Weight) โดยเลือกจากวัสดุ ถ้ามีกันหลายคนให้แบ่งกันถือ ปกติแล้วไม่ควรเกิน 0.5- 1.5 กิโลกรัม/คน สำหรับเต็นท์ และเอาเฉพาะสิ่งที่ต้องใช้จริงๆเท่านั้น และไม่มากเกินความจำเป็น ไม่ใช่ว่าไปกัน 10 คนทุกคนเอาไปทุกอย่าง แบบนี้เรียกเกินจำเป็น ให้แบ่งๆกันเอามาดีสุด
- ฤดูกาล (Seasonality) สำหรับประเทศไทยก็มักจะมีแค่ร้อน ฝน และหนาว ส่วนในต่างประเทศก็จะมี หิมะ เพิ่มด้วย ที่มองข้ามไม่ได้คือ ลม !!!! โดยดูจากค่ากันน้ำหรือความหนาของผ้าเต็นท์ทั้งส่วนที่ติดกับพื้นและส่วนที่เป็น Flysheet (ค่ากันน้ำยิ่งเยอะก็จะกันน้ำได้มากแต่น้ำหนักก็จะเพิ่มด้วย) เลือกให้เหมาะสมกับช่วงฤดูที่เราจะไป
- ความสะดวกสบาย (Livability) ได้แก่ ทางเข้าออก สำหรับเต็นท์ 2 คนขึ้นไปแนะนำให้เลือกแบบ 2 ประตู จะได้ไม่ต้องข้ามไปข้ามมา ช่องเก็บของหรือที่เกี่ยว สำหรับแขวนไฟฉายเก็บของใช้ส่วนตัว ความสูงของเต็นท์ สำหรับคนที่สูงมากๆมักมีปัญหาข้อนี้ คือ นั่งแล้วหัวติด แนะนำให้เลือกเต็นท์ที่หลังคาสูงหรือทรงสามเหลี่ยมกางและพับเก็บง่าย ยกตัวอย่างในกรณีที่ฝนใกล้ตกต้องรีบกาง หรือเต็นท์มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อนสามารถกางได้โดยใช้คนคนเดียวหรือจำนวนคนไม่เยอะ
ทั้งนี้การเลือกใช้เต็นท์ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมทั้งในด้านภูมิประเทศ ด้านการใช้งาน เต็นท์นั้นมีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงราคาหลักหมื่น
**Tips!!! สำหรับการกางเต็นท์ ให้เลือกทำเลที่ ไม่ขวางทางเดินหรือทางน้ำไหล ไม่ใกล้น้ำตกหรือแม่น้ำจนเกินไป ไม่อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งหรือทิศทางลม และไม่อยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ รังมด เคลียร์ก้อนหินเศษไม้ออก เป็นไปได้ก็เลือกที่ราบๆไม่ slope หากจำเป็นก็ให้นอนหัวสูงแล้วหาอะไรมารองเท้าหรือเข่าสักหน่อยก็สบายแล้วว Zzzzz
ลองมาดูแนวทางสรุปการเลือกเต็นท์ของพวกเราดีกว่า
อย่าลืม กด Like & Share ให้พวกเราด้วยน้า

