วิธีการเลือกซื้อไฟฉายคาดหัว ไฟฉายเดินป่า

20 ธันวาคม 2563

" ไฟฉายคาดหัว"  หนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุดของนักผจญภัย ที่จะช่วยส่องสว่างให้เรามองเห็นและลุยกิจกรรมนั้นได้อย่างปลอดภัย ให้มือสองข้างได้ใช้ประโยชน์เอาไปปีนป่ายได้เต็มที่

สำหรับเทคนิคการเลือกซื้อ ไฟฉายคาดหัว ที่ตอบโจทย์นั้นพิจารณาจากอะไรบ้างมาต่อกันเลย....

***Biolite Headlamp 330 Lumen รุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นรุ่น Lightweight ที่ดีที่สุดประจำปี 2019 ด้วยน้ำหนักเพียง 650 กรัม ปรับได้ถึง 5 ระดับ

ไฟฉายคาดหัว เลือกอย่างไรดี??

  1. ค่าความส่องสว่าง หน่วยเป็น ลูเมน ก่อนอื่นเรามาเข้าใจค่าความส่องสว่างกันก่อน เรามักเห็นคำว่า ลูเมน (Lumen) ซึ่งนั่นก็คือหน่วยค่าความส่องสว่างของหลอดไฟหรือไฟฉายนั้นๆ โดยค่าลูเมนจะผันตรงกับความสว่าง พูดง่ายๆ คือ ยิ่งมีค่ามากยิ่งสว่างมาก! โดยประมาณดังนี้
    • 70 ลูเมน จะส่องสว่างได้ถึงระยะ 45 เมตร
    • 300 ลูเมน จะส่องสว่างได้ถึงระยะ 100 เมตร
    • 700 ลูเมน จะส่องสว่างได้ถึงระยะ 170 เมตร
    • สำหรับการใช้งานโดยทั่วไป ประมาณ 300 ลูเมน ถือว่าเพียงพอในการใช้งานท่องเที่ยวทั่วไป
  2. ระยะของความส่องสว่าง หมายถึง ความยาวของแสงไฟจากจุดที่เรายืนไปข้างหน้าว่าสามารถส่องไปไกลได้กี่เมตร รายละเอียดมักอยู่หลังกล่องหรือหน้ากล่อง
  3. รูปแบบของไฟ ไฟเฉพาะจุดและไฟปกติ (Spot Light & Flood Light) ไฟฉายที่ดีควรปรับระดับได้มากกว่า 1 ระดับ
    • ไฟเฉพาะจุดลักษณะเป็นเส้นตรงความเข้มสูงไฟจึงแรงและสว่างกว่า เหมาะสำหรับกิจกรรมเดินหรือปีนเขาตอนกลางคืน ก่อนหรือหลังพระอาทิตย์ตก
    • ส่วนไฟปกติจะกว้างกว่าสว่างน้อยกว่า เหมาะกับกิจกรรมทั่วไปรอบๆเต็นท์ ได้แก่ อ่านหนังสือ ทำกับข้าว มองใกล้ๆในระยะสายตา
  4. ระยะเวลา(Run Time) หรือระยะเวลานานเท่าไรที่ไฟจะดับ โดยให้เราดูค่า 2 ค่า คือ
    • หากเราเปิดไฟสว่างสุดอยู่ได้นานเท่าไร (Maximum Brightness) และ
    • ถ้าเราเปิดไฟปกติหรือไฟต่ำสุดอยู่ได้นานเท่าไร (Minimum Brightness)
  5. ฟังก์ชันอื่นๆ ได้แก่ ไฟกระพริบ ไฟแดง(เพื่อส่งสัญญาณหรือรบกวนน้อยกว่าไฟขาว) การปรับองศาหรือพับได้ของหลอดไฟ (เพื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม มองทาง มองภาพกว้าง เป็นต้น) ปุ่มลอค(ป้องกันไฟเปิดปิดเองโดยไม่ได้ตั้งใจ) การกันน้ำ เป็นต้น
ข้อมูลข้างหลังกล่องมักจะบอกระยะเวลาในช่วงการใช้งานของไฟในระดับต่างๆ น้ำหนัก ชนิดแบตเตอรี่ เป็นต้น


แบบถ่านหรือแบบชาร์จ ???

อันนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ แบบถ่านส่วนใหญ่ราคาถูกกว่าแบบชาร์จ อายุการใช้งานสั้นตามค่าพลังงานของถ่าน  ส่วนแบบชาร์จราคาสูงกว่า ใช้งานได้นานกว่า ช่วยลดขยะอันตราย(สวยยยไปอีก) บางรุ่นก็ใช้ได้ทั้งสองแบบเลย


Tips!!!!  การดูแลรักษา?? 

  • แบบใช้ถ่าน กรณีไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานให้นำเอาถ่านออกเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของถ่านที่อาจเกิดการเหยิ้มของสารเคมีในถ่าน ซึ่งเป็นอันตรายกับร่างกายไม่ควรสัมผัสด้วยมือเปล่า
  • แบบชาร์จ ไม่ต้องรอให้แบตเตอรรี่ใกล้หมด ไฟอ่อนมากๆแล้วชาร์จ เพราะนั่น จะทำให้ไฟฉายของคุณอายุการใช้งานสั้นขึ้น ให้เราสามารถชาร์จแบตได้เรื่อยๆเพื่อกระตุ้นพลังงานนั่นเอง
ไฟฉายเปียกทำไงดี???

กรี้ดดดดดดดดดดดด ก่อน 55+ แล้วรวบรวมสติ ห้ามกดปุ่มหรือสวิตซ์ใดๆ ถอดถ่านออกมาเลย ตากแห้งไว้ทั้งถ่านและตัวเครื่อง เมื่อแห้งสนิทแล้วค่อยประกอบแล้วลองใช้งาน ถ้าไฟติดขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าไม่...ซื้อใหม่จ่ะ แบบชาร์จก็เหมือนกัน เพราะงั้นมาเปิดอกทำความเข้าใจกันตรงนี้ก่อนว่า ไฟฉายคาดหัวเนี่ยต่อให้มันเป็นแบบกันน้ำมันก็กันได้เฉพาะข้างนอกนะ น้ำเข้าระบบก็พังเหมือนกันเด้อสู ดังนั้น ปิดช่องชาร์จหรือช่องใส่ถ่านให้สนิททุกครั้งที่ใช้งาน ไม่เอาไปแช่น้ำ(เขาออกแบบมาให้กันฝน โดนน้ำแบบผ่านๆ หรือตกลงไปในน้ำแล้วรีบหยิบขึ้นมา)

เอาล่ะ ชาร์จแบตไฟฉายให้เต็ม เก็บกระเป๋า แล้วเตรียมลุยได้เลย ลุยยยยย

อย่าลืม กด Like & Share ให้พวกเราด้วยน้า